เพิ่มน้ำหนัก (กล้ามเนื้อ) เพื่อการลดสัดส่วน

เพื่อนๆคงกำลัง งง แน่เลย ว่าวันนี้ แอนมาชวนให้เพิ่มน้ำหนักอะไรกัน อยากจะลดพุง ลดอวบให้ผอมไวๆจะแย่อยู่แล้ว  ไม่ผิดค่ะ แอนชวนเพื่อนๆ มาเพิ่มน้ำหนัก ของกล้ามเนื้อ เพื่อการลดสัดส่วนและให้ได้รูปร่างที่สส่วนกันจริงๆ  แต่ก่อนที่แอนจะเผยแผนลดสัดส่วน ด้วยการเพิ่น้ำหนักนั้ เป็นอย่างไร ขอทบทวนกันก่อนว่า เราอ้วนเกินไปหรือเปล่า

หลายๆคน คงเคยทราบกันมาอยู่แล้ว จะให้หุ่นดี ต้องลดน้ำหนัก ลดไขมัน แต่เราเอาเกณฑ์อะไรกันบ้างที่มาสรุปว่า เราอ้วนไปหรือเปล่า

คำว่าอ้วนนั้น บางทีก็เป็นเรื่องของความรู้สึก ความพึงพอใจของแต่ละคนด้วย บางคนน้ำหนักเท่ากัน  แต่ยังรู้สึกว่ายังอ้วน มีสัดส่วนเกิน และในขณะที่บางคนรู้สึกว่าไม่อ้วนเลย

กฎเกณฑ์หยาบๆ ที่แอนเคยเล่าให้ฟังมาแล้วคือ เอาส่วนสูงมาลบด้วย 110 ถ้าเป็นผู้หญิง และสำหรับชาย ให้เอา 100 มาลบออกจากส่วนสูงที่เป็น เซ็นติเมตร

หากเราเอาเกณฑ์ทางการแพทย์มาพิจารณา โดยการคำนวณดัชนีมวลกาย หรือ ที่เรียกว่า  BMI (Body Mass Index)  ซึ่งคำนวณจากน้ำหนัก  และส่วนสูง

ซึ่ง ค่า BMI ที่เหมาะสม หากอยู่ในเกณฑ์คนไทยไม่ควรเกิน 22 แต่ถ้าจะให้หุ่นดี  เพรียวๆ แบบนางแบบ อยู่ที่ 18-20 ในขณะที่ค่า BMI 24 คือ อวบระยะปลาย และหากค่าเป็น 30 ขึ้นไปต้องเข้าบำบัด พบแพทย์เพราะถือว่าเป็นโรคอ้วนแล้วละค่ะ  แอนจึงชอบเรียกค่า BMI ว่า เป็นค่าความสมส่วนของรูปร่าง

แต่อย่างไรก็ตาม ในคนบางกลุ่ม ดูเพียงแต่ค่า BMI ซึ่งพิจารณาจากส่วนสูงและน้ำหนักเท่านั้น ก็ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่า เค้าอ้วนเกินไปหรือไม่   โดยเฉพาะนักกีฬา ที่มีสัดส่วนกล้ามเนื้อในปริมาณสูง อาจมีค่า BMI สูงกว่า 25 แต่ไม่ถือว่าอ้วน แค่มีน้ำหนักมากเท่านั้นเอง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลดน้ำหนักและเรื่องโภชนาการได้แนะนำว่า เราควรจะใส่ใจ เปอร์เซ็นต์ไขมัน ในร่างกายไปด้วยซึ่งเราสามารถวัดได้จากเครื่องมือ ตามฟิตเนส ตามศูนย์สุขภาพต่างๆได้

วิธีวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีเครื่องวัด % ไขมันนะคะ
ลองดูว่ารูปร่างของคุณ เหมือนกับรูปไหนในภาพที่สุด นั่นแหละคือเปอร์เซนต์ไขมันของคุณ!

สำหรับผู้หญิง ค่าเปอร์เซ็นต์ไขมัน ที่เหมาะสม ถือว่าหุ่นดี ควรอยุ่ที่ 19-21 % ในขณะที่ผู้ชาย จะอยู่ที่ 18-20%  เพื่อนๆลองประเมินหุ่นของตัวเอง จากภาพนี้ดูแล้ว คิดว่าเราอ้วนเกินไปหรือเปล่าค่ะ

ในการลดน้ำหนัก คนส่วนใหญ่มักจะชอบสังเกตจากน้ำหนักตัว ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ มีการวัดสัดส่วนบ้าง ซึ่งก็พอที่จะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเรา แต่จริงๆแล้ว ปัญหาใหญ่ของความอ้วนไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป แต่เกิดจากไขมันส่วนเกินที่มากเกินไปต่างหาก หรือในคนที่น้ำหนักตัวไม่มากแต่มีรูปร่างไม่สมส่วน ไม่กระชับ ก็เพราะว่าร่างกายมีปริมาณไขมันส่วนเกินที่มากเกินไปเช่นเดียวกันนั่นเอง

ดังนั้นการดูแลรูปร่างและลดน้ำหนักที่ถูกต้อง เราจึงต้องลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของเราลง ให้อยุ๋ในเกณฑ์มาตรฐาน  เพราะยิ่งเปอร์เซ็นต์ไขมันลดลงมากเท่าไร น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มยากขึ้น และจะมีรูปร่างที่สมส่วนและกระชับมากขึ้น  ” ลดไขมัน ไม่ใช่ ลดน้ำหนัก ”

การลดน้ำหนักที่ผิด มักจะเป็นการลดน้ำหนักที่ทำให้เราสูญเสียกล้ามเนื้อหรือน้ำในร่างกายมากกว่าจะเป็นการลดปริมาณไขมันในร่างกาย

เกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดที่ใช้ในการตัดสินใจว่าเราอ้วนหรือเปล่า จึงควรใช้หลายเกณฑ์เข้ามาพิจารณาพร้อมๆกัน นั่นคือ BMI เปอร์เซ็นต์ไขมัน และความพึงพอใจของตัวเราเอง

ยกตัวอย่างตัวของแอนเอง ก็ไม่เคยมีปัญหาน้ำหนักเกิน แถมต่ำกว่าเกณฑ์ด้วยซ้ำ เมื่อ 6-7 ปีก่อน แอนมีน้ำหนักเพียงแค่ 43 สูง 159 cm. มีเปอร์เซ็นต์ไขมันอยู่ที่ 17% แต่ก้อยังพึงพอใจกับรูปร่างที่เป็นอยู่ อยากลดสัดส่วนเฉพาะส่วนลงอีก เช่นหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ที่ย่อน ไม่กระชับเต็งตึง จนต้องขอใช้บริการกับสถานความงามชื่อดัง แต่ก็ช่วยได้ไม่นาน เมื่อนิสัยการทาน และการใช้ชีวิตยังคงเสี่ยงต่อการเพิ่มไขมันส่วนเกินอยู่ แต่จะให้ลดน้ำหนัก ก็ไม่คงไม่ได้แล้ว เพราะค่า BMI ต่ำกว่า 18 %  หากลดน้ำหนักไปอีก คงจะมีผลต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ประกอบกับเปอร์เซ็นต์ไขมันของแอนก็ไม่เยอะอยู่แล้ว จะให้ลดน้ำหนักอีก คงทำได้อีกไม่มาก

ผ่านมาหลายปี เพิ่งเข้าใจว่า เมื่อตอนที่เริ่มมาดูแลเรื่องการปรับนิสัยการทานอาหารอย่างถูกต้อง และเน้นเพิ่มน้ำหนักในสัดส่วนของกล้ามเนื้อได้นั้น สามารถทำให้เราลดสัดส่วนได้ จนมีคนทักว่าผอมลง ทั้งๆที่ น้ำหนักของแอนขึ้นมา 2-3 กก.ด้วยซ้ำ ปัจจุบัน น้ำหนักของแอน ยังคงที่ อยู่ที่ 46 กก. มาตลอด

ตัวอย่างภาพจาก facebook ที่แสดงให้เห็นชัดว่า เพิ่มน้ำหนัก(กล้ามเนื้อ)เพื่อการลดสัดส่วน ได้จริงๆ

สิ่งที่แอนได้เรียนรู้ในบางส่วนจากการอ่านหนังสือ ” ถ้ารู้ คงผอมไปนานแล้ว” ก็คือ การเพิ่มน้ำหนักของกล้ามเนื้อ ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ หรือจะทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ในแบบที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ (ไม่ใช่ให้เป็นมัดๆ) เราจะได้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาอีก 2-3 กก. โดยที่สัดส่วนและรูปร่างเราจะลดลง เราก็จะได้ทั้งน้ำหนักที่อยู่ในมาตรฐานและรูปร่างที่พึงพอใจขึ้น

แอนเชื่อเสมอมา สัดส่วนในการดูแลรูปร่างและสุขภาพ ควรมาจาก .ใส่ใจการดูแลเรื่องโภชนาการ 80% และออกกำลังกายอย่างเพียงพอ 20%  เพื่อสุขภาพและรูปร่างแบบถาวระยะยาวของเราตลอดไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง จากหนังสือ ถ้ารู้ คงผอมไปนานแล้ว และเอกสารการอบรมโภชนการของ Herbalife international

 

About Ann

I am Personal Wellness Coach and Independent Distributor of Herbalife.
Gallery | This entry was posted in ดูแลรูปร่าง (Weight Control), สุขภาพ และโภชนาการ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s