สารอาหารที่คุณแม่ต้องการ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์อาหารมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ต้องกินอาหารที่ได้รับจากแม่ผ่านสายรก อาหารที่แม่กินจึงมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์คุณแม่จึงควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ได้แก่

  •  พลังงาน คุณแม่ต้องได้รับพลังงานจากอาหารประมาณวันละ 2,500 กิโลแคลอรี โดยมาจากอาหารที่ให้พลังงาน ประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
  • โปรตีน คุณแม่ต้องกินอาหารประเภทโปรตีนเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ทั้งของแม่และทารก ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองทารกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะระยะ 3 เดือนก่อนคลอดจนถึง 6 เดือนหลังคลอด โดยควรได้รับโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 51 กรัมต่อวัน และควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้ง ถ้าคุณแม่ขาดสารอาหารโปรตีน จะทำให้การทำงานของต่อมน้ำลายผิดปกติ ผลิตน้ำลายได้น้อยลงและจำนวนโปรตีนในน้ำลายลดลง เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุมากขึ้น

  • แคลเซียม ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ 4-9 ของการตั้งครรภ์ และสูงที่สุดก่อนคลอด โดยควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม จากอาหารประเภทปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก ปลาไส้ตันแห้ง กุ้งแห้ง ผักใบเขียวต่างๆ และนม แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีถ้าในอาหารมีโปรตีนและวิตามินซี และวิตามินดี ถ้าขาดแคลเซียม ทารกอาจเป็นโรคกระดูกอ่อนฟันน้ำนมสร้างตัวไม่ดี และอาจทำให้คุณแม่มีอารมณ์แปรปรวนอยู่เสมอ จิตใจว้าวุ่นและอาจเป็นตะคริวได้
  • เหล็ก ร่างกายคุณแม่ต้องการเหล็กมากขึ้น เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเนื้อเยื่อต่างๆ สำหรับแม่และทารกและยังต้องสะสมเหล็กเอาไว้ใช้ในระหว่างคลอด โดยควรได้รับเหล็กวันละประมาณ 45 มิลลิกรัม จากอาหารพบวกเครื่องในสัตว์ต่างๆ เช่น ตับ ไต ม้าม ไข่แดง และผักใบเขียว เช่น ผักโขม ตำลึง ใบชะพลู บวบหอม ถ้าคุณแม่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะเกิดอาการของโลหิตจางได้ และเพื่อให้การดูดซึมเหล็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีสูงร่วมด้วย เช่น ส้ม มะละกอ ฝรั่ง กล้วย
  • ไอโอดีน ในระหว่างตั้งครรภ์ ต่อมไธรอยด์จะทำงานมากขึ้น ทำให้ต้องการไอดีนเพิ่มขึ้นด้วย การได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ จะทำให้คุณแม่เป็นคอหอยพอกได้ และถ้าขาดอย่างรุนแรงจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ตัวเล็ก แคระเกร็น สติปัญญาต่ำ หรือมีความพิการทั้งทางร่างกายและสมอง คุณแม่ควรได้รับไอโอดีนวันละ 175 ไมโครกรัม จากอาหารทะเลต่างๆ และเกลือผสมไอโอดีน

  • วิตามินต่างๆ ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และช่วยป้องกันโรคขาดวิตามินในทารก คุณแม่จึงควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อร่างกายจะได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ อย่างวิตามินซี จะช่วยให้รกแข็งแรง ช่วยให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น และการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีเกลือแร่และวิตามินต่างๆ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ควรกินมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการขาดวิตามินบางชนิดจะมีผลต่อทารกในครรภ์เช่นขาดวิตามินเอทำให้เคลือบฟันของฟันน้ำนมของเด็กหายไปบางส่วนขาดวิตามินซี ทำให้เด็กมีกระดูกบาง เส้นใยกระดูกลดลงและการสร้างฟันน้ำนมไม่สมบูรณ์
  • อาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูก โดยเฉพาะผักผลไม้ โฮลวีต ถั่วต่างๆ แต่อย่ากินอาหารที่ทำจากรำข้าวมากเกินไป เพราะจะทำให้การดูดซึมสารอาหารอื่นๆ น้อยลง
  • กรดโฟลิก มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประสาทส่วนกลางของทารก โดยเฉพาะในสัปดาห์แรกๆ กรดโฟลิกนั้นร่างกายไม่สามารถสะสมได้ คุณแม่จึงควรกินผักสดที่มีสีเขียวเข้มทุกวัน
  • น้ำสะอาด คุณแม่ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ไตแข็งแรงและลดปัญหาท้องผูก

ข้อมูลจาก being mom ดอทคอม

แอนขอเพิ่ม อาหารอีกหมวดคือ ไขมันดีๆ อย่าง น้ำมันปลา ที่มีโอเมก้า 3  จะช่วยพัฒนา และบำรุงสมองให้ลูกน้อย บำรุงหัวใจ บำรุงผม กระดูก ให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยด้วยค่ะ

About Ann

I am Personal Wellness Coach and Independent Distributor of Herbalife.
Gallery | This entry was posted in สุขภาพ และโภชนาการ and tagged , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s